สปอย+เล่าเรื่อง “The Royal Fiance – White Prince”

สปอย+เล่าเรื่อง ไลท์โนเวลเรื่อง The Royal Fiance – White Prince

 

.. เรื่องนี้เป็นภาคต่อจากมังงะเรื่อง Royal Fiancé (เจ้าชาย) โดยนายเอกในเรื่องจะเป็นพี่ชายของเจ้าชายรัชทายาทในมังงะค่ะ

 

Royal Fiancé (เจ้าชาย)

 

.. เปิดเรื่องมาช่วงแรก เราจะรู้สึกว่านายเอก(เจ้าชายชิโอริ) นางดูเป็นคนหยิ่งยโส ถือตัวอย่างมาก มากซะจนน่าหมั่นไส้ แล้วคิดดูว่าคนที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีมากๆอย่างนาง กลับถูกผู้ชายชั้นต่ำ ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า มาหมิ่นเกียรติในงานเลี้ยง ถึงนางจะไล่เขาออกจากงานไปแล้ว แต่ยังต้องมาเจอผู้ชายชั้นต่ำคนนั้น พลอดรักจูบกับผู้หญิงอยู่ในสวนอีกจนได้

.. นายเอกเลยต้องไล่ตะเพิดอีกครั้ง ชะนีนางนั้นก็รีบหลบไป แต่ผู้ชายชั้นต่ำคนนี้ไม่ออกไปจากสวนง่ายๆนะสิ เขากับเดินเข้ามาประชิดเจ้าชายชิโอริอย่างไม่มีความเกรงกลัว แถมยังรวบตัวเจ้าชายเข้ามากอดแล้วก็จูบปากแบบดูดดื่ม แถมยังใช้ลิ้นสอดใส่เข้ามาในช่องปากชิโอริอย่างหยามใจ จนพอใจแล้วก็ถึงปล่อยชิโอริออก ชิโอริโกรธมากไม่เคยมีใครกล้าหยามเกียรติเขามากเช่นนี้มาก่อน จึงตบหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างเต็มแรง

.. วันต่อมา เจ้าชายชิโอรินางต้องทำหน้าที่ชิมไวน์เพื่อคัดเลือกว่า ไวน์จากบริษัทไหน จะได้เป็นไวน์รสเลิศ ที่จะสามารถนำไปใช้รับรองแขกบ้านแขกเมืองในงานเลี้ยงระดับประเทศได้ แต่ด้วยไม่สามารถลบภาพผู้ชายชั้นต่ำที่ล่วงเกินตนเองออกจากหัวได้ เขาเลยไม่ค่อยมีสมาธิกับการทำงาน แถมยังได้รับรายงานว่ามีการปลอมแปลงติดฉลาก การรับรองว่าเป็นไวน์ชั้นเลิศจากเขา ทั้งที่จริงเป็นไวน์ที่รสชาติแย่ ซึ่งมันจะทำให้ราชวงค์ต้องเสื่อมเสียเป็นอย่างมากอีกด้วย

.. ทั้งๆที่เจ้าชายชิโอริไม่มีสมาธิสักเท่าไร แต่ก็ยังพยายามฝืนทำภาระกิจให้เสร็จลุล่วงไป โดยสั่งกำชับให้รีบจัดส่งไวน์ที่ตนเองเลือกส่งขึ้นเครื่องไปให้ทันงานเลี้ยงรับรองที่ญี่ปุ่นโดยเร็ว

.. และด้วยความที่ไม่มีสมาธิ เลยทำให้มีการสื่อสารที่ผิดพลาด ไวน์ที่เจ้าชายชิโอริชิมแล้วว่ารสชาติดีเยี่ยม กับไวน์ที่ถูกส่งไป ดันเป็นคนละบริษัทกัน ความเสียหายครั้งนี้ มันเป็นเรื่องใหญ่และหนักหนามาก เจ้าชายชิโอริไม่อยากให้ราชวงค์ต้องเสื่อมเสีย และเดือดร้อนจากความผิดพลาดของตน ก็เลยตัดสินใจจะไปขอโทษบริษัทที่ผลิตไวน์คุณภาพดี (ที่นางตั้งใจจะเลือก) และขอร้องให้เขาช่วยเหลือแก้ไขสถานะการณ์เลวร้าย ที่เกิดจากความผิดพลาดของนางด้วยตัวเอง

.. เมื่อไปถึงที่พักของเจ้าของบริษัทไวน์นั้น เจ้าชายชิโอริก็ต้องตกพระทัย เพราะคุโรซากิเจ้าของบริษัทไวน์รสเลิศ (แถมสนิทกับรัชทายาทเอามากๆ)นั้น ก็คือผู้ชายชั้นต่ำที่ล่วงเกินเขาในวันนั้นนั่นเอง เลยกลายเป็นว่าเจ้าชายชิโอริ กลับต้องถูกคุโรซากิเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ แบล็คเมล์แทน

.. โดยคุโรซากิได้หาว่าเจ้าชายชิโอริจงใจที่จะทำผิดพลาด เพื่อจะหาเหตุโยนความผิดให้รัชทายาท เพื่อให้รัชทายาทเสื่อมเสียพระเกียรติ เจ้าชายชิโอริตกใจในคำขู่ แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งอันใดได้ เพราะในสายตาของทุกคน เขานั้นเป็นศัตรูที่จ้องแย่งชิงบัลลังกับน้องชายอยู่แล้วนั่นเอง ใครๆที่ได้ฟัง คงต้องเชื่อคุโรซากิมากกว่าเขาเป็นแน่

.. คุโรซากิ ยื่นเงื่อนไขให้เจ้าชายชิโอริยอมเป็นทาสรับใช้ แล้วจะช่วยแก้ปัญหา และปกปิดความผิดพลาดนี้ไว้ เจ้าชายชิโอริลังเลระหว่างศักดิ์ของตน กับการทำให้ราชวงศ์ต้องเสื่อมเสีย นางจึงจำใจยอมรับข้อตกลง และเมื่อนางยอมตกลง คุโรซากิก็เริ่มจู่โจมนางทันทีด้วยการเล้าโลมต่างๆนาๆ นางพยายามบ่างเบี่ยงขัดขืน แต่ด้วยร่างกายของนางที่แสนจะบอบบาง จะไปสู้แรงชายกำยำร่างสูงใหญ่ได้อย่างไรกัน

.. สุดท้ายนางก็เลยเสร็จด้วยน้ำมือชายที่นางสุดแสนจะเกลียดคนนี้จนได้ (เสร็จในที่นี้คือ พระเอกใช้มือรูดของสงวนของนายเอก แล้วก็เลียสลับกับดูดคลึงหัวนมนางเอก จนนางถึงจุดสุดยอดค่ะ) เจ้าชายชิโอริทรุดตัวลงกองกับพื้น ทั้งเจ็บใจและทั้งอับอาย ที่ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ด้วยน้ำมือชายชั้นต่ำที่นางเองสุดแสนจะรังเกียจ

.. คุโรซากิรักษาสัญญาที่ให้ไว้ แถมยังช่วยแก้ปัญหาจนทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี และแล้วก็ถึงวันที่คุโรซากิมาทวงสัญญา โดยที่เขามาทวงสัญญาถึงห้องนอนเลยทีเดียว เจ้าชายชิโอริงงมาก ว่าทำไมคุโรซากิถึงสามารถเข้ามาให้ห้องส่วนพระองค์ได้แบบนี้ แต่คุโรซากิก็ตอบแบบไม่ใสใจอะไรว่า รัชทายาททรงอนุญาติ ก็เลยมีคนเปิดทางให้ จนมาถึงห้องนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร

.. คุโรซากิไม่รอช้ารีบกระชากตัวเจ้าชายชิโอริไปที่เตียง ชิโอริพยายามจะขัดขืนแต่ถูกคุโรซากิพูดดักคอว่า เป็นถึงเจ้าชาย จะไม่รักษาเกียรติกับคำสัตย์ที่เคยสัญญาเลยรึ เจ้าชายชิโอริจึงฝืนนอนนิ่งและหลับตาลง โดยหวังว่าคุโรซากิจะรีบทำให้มันจบๆไป
แต่คุโรซากิจัดไปชุดใหญ่มากกกกกกกกกกก ผู้แต่งบรรยายไว้ได้เห็นภาพชัดซะ คนอ่านเลือดกระชูด (บรรยายฉากนี้หลายหน้าม๊ากๆ ใครอ่านฉากนี้แล้วไม่เกิดอารมณ์ร่วม นี่ต้องจิตแข็งแบบสุดๆเลยค่ะ) นายเอกก็ดิ้นร้องห้ามว่าอย่าๆ หยุดนะ ส่วนพระเอกก็ใส่ไม่ยั้ง ซัดซะเต็มเหนี่ยว จบลงที่นางเอกก็เสร็จพร้อมพระเอกที่อัดน้ำขาวขุ่นเข้าไปในร่างนายเอกแบบเต็มๆ

.. หลังจากนั้นมา ถ้านายเอกไม่ต้องไปราชการข้างนอกวัง คุโรซากิก็จะมาหา แล้วก็ถูกจัดหนักจัดเต็มแทบทุกวัน ห้องนอนบ้าง ห้องทำงานบ้าง และในขณะที่นายเอกกำลังจะไปเข้าประชุม จู่ๆก็ถูกพระเอกฉุดลากเข้าห้องรับรองที่ว่างอยู่แล้วจัดหนักติดกำแพง แต่ที่น่าสงสารสุดๆคือ

.. ในขณะที่นายเอก เจ้าชายชิโอริกำลังถูกคุโรซากิขืนใจด้วยท่ายืนติดกำแพง แต่ห้องข้างๆรัชทายาทโชกับไคริ ก็เข้ามาแสดงความรักหวานซึ้ง แล้วก็มีเซ็กส์กับแบบเร้าใจ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก คือสงสารนายเอกมาก ทั้งที่นางเป็นโอรสองค์โต แต่กลับไม่ได้เป็นรัชทายาท ในขณะที่น้องชายนางได้เป็นถึงรัชทายาท กำลังร่วมรักกับคนที่เขารัก อย่างดูดดื่มและมีความสุข แต่นางกับถูกขืนใจในท่ายืนติดกำแพง ต้องพยายามกลั้นเสียงไม่ให้หลุดออกมาก น้ำตาไหลรินด้วยความทุกระทม

.. คือสงสารนางมาก ยิ่งอ่านยิ่งสงสารนาง จากตอนแรกที่แอบหมั่นไส้ในความหยิ่งถือตัวของนาง แต่ยิ่งอ่านๆไปยิ่งรู้จักตัวตนของนาง ยิ่งสงสารนาง คือนางถูกคนรอบข้างบีบบังคับ แถมยังตราหน้าว่า นางตั้งใจจะแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทกับน้องชายตัวเอง

.. ตอนน้องนางเกิดนางดีใจอยากเข้าไปหาเข้าไปกอด แต่ก็ไม่มีคนให้เข้าใกล้ หาว่านางจะทำร้ายน้อง (คือโชเป็นลูกมเหสี ส่วนชิโอริเป็นลูกของพระชายาอีกคน พ่อเดียวกันแต่คนละแม่) จนกลายเป็นว่าถูกทุกคนตั้งแง่จับให้นางกับน้องชาย อยู่กันคนละฝ่าย เหมือนกลายเป็นศัตรูกัน ทั้งๆที่นางไม่ได้อยากเป็นแบบนั้นเลย คือทั้งวังหลวงไม่มีใครเข้าใจนางเลยสักคน นางเหมือนอยู่ตัวคนเดียว จนนางรู้สึกท้อแท้ว่า นางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร แถมยังมาเจอพระเอกทำแบบนี้กับนางอีก สงสารนางมากเลย T__T

.. อยู่มาวันหนึ่ง นายเอกถูกรัชทยาทบังคับให้เข้าร่วมงานเลี้ยง (คือปกตินายเอกจะไม่ชอบไปงานเลี้ยง เข้าสังคม) โดยบอกให้นายเอกไปชวนคุโรซากิมาเป็นคู่ในงานด้วย (อย่างที่บอกไปข้างต้นรัชทายาทกับคุโรซากิสนิทกัน) นายเอกเลยจำใจต้องชวนพระเอกให้ไปด้วยกัน แต่นางก็ย้ำว่าอย่าแต่งตัวและแสดงกิริยาแย่ๆเหมือนคราวก่อนโดยเด็ดขาด พระเอกก็รับปาก

.. วันงานนายเอกก็กระวนกระวายเพราะพระเอกไม่มาซะที อีกทั้งกลัวว่าพระเอกจะแต่งตัวและแสดงกิริยาไมเหมาะสมเหมือนคราวที่แล้ว แต่อยู่ๆสาวๆในงานก็ส่งเสียงเจี๋ยวจ๋าว แล้วก็กรูกันไปที่หน้างาน พอฝูงชนแหวกออกก็มีชายหนุ่มรูปงามแต่งตัวดูดีมีชาติตระกูล กริยามารยาทดูเรียกได้ว่าเพอร์เฟ็กเดินตรงเข้ามาหาเจ้าชายชิโอริ

.. ชิโอริรู้สึกงงๆ ไม่แน่ใจว่านี่จะใช่คุโรซากิคนที่ตนเองรู้จักหรือเปล่า คุโรซากิทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับชิโอริทุกอย่าง เขาแต่งตัวดูดี ทั้งยังวางตัวได้เหมาะสมกับฐานะคู่ควงของเจ้าชายชิโอริโดยไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

.. คนทั้งงานต่างให้ความสนใจ และอิจฉา ผู้หญิงอิจฉาเจ้าชาย ส่วนหนุ่มอิจฉาคุโรซากิ ไม่ว่าทั้งคู่เดินไปทางไหนก็ล้วนแต่มีคนสนใจทั้งนั้น จนมีชายหนุ่มผู้กล้าคนหนึ่ง ต้องการทดสอบคุโรซากิอยากจะทำให้คุโรซากิหน้าแตกโดยการถามคำถามลองภูมิความรู้เรื่องไวน์ ทั้งแกล้งเกริ่นนำแบบผิดๆ ถามคำถามเชิงลึกที่ยากที่คนทั้วไปจะตอบได้ จนชิโอริรู้สึกกังวลกลัวคุโรซากิจะหลงกลแล้วตอบผิดเสียหน้าในงาน แต่คุโรซากิกลับรับมือได้อย่างดีจนน่าแปลกใจ จนสุดท้ายเป็นผู้ชายคนนั้นเองที่ต้องล่าถอยไปเอง

.. แต่แล้วก็มีหญิงสาว(ชะนีหน้าด้าน) เข้ามาชวนคุโรซากิคุย คุโรซากิก็คุยตอบด้วยความสุภาพอ่อนโยน จนทำให้เจ้าชายชิโอริรู้สึกน้อยพระทัย ว่าทีกับพระองค์ คุโรซากิชอบแสดงกิริยาหยาบช้า แถมยังชอบใช้กำลังรุนแรงกับเขาตลอด แต่ทีกับผู้หญิงพวกนั้นกลับแสดงกริยาเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดี จนเกิดอาการฟิวขาดเผลอหลุดปากด่าทอว่าคุโรซากิไป คุโรซากิกระชากเนคไทออกจากคอ เอามือขยี้ผมที่จัดทรงมาให้ยุ่งๆ แล้วตอบกลับไปว่า “นั้นสินะ ที่แบบนี้คงไม่เหมาะกับฉันจริงๆ” แล้วคุโรซากิก็เดินออกจากงานไป

.. เจ้าชายชิโอริเสียพระทัยที่ตัวเองควบคุมตัวเองไม่อยู่ พูดจาไม่ดีใส่คุโรซากิไปแบบนั้น เลยเดินออกจากงานมาที่สวน ยืนทอดอาลัยด้วยความเหนื่อยหน่าย แต่แล้วคุโรซากิก็เดินเขามาหา พร้อมจะพาเจ้าชายเข้าไปในห้อง ชิโอริรู้สึกไม่ดีเลยพยายามร้องขอบอกวันนี้ไม่ไหวแล้วจริง ขอร้องเถอะ แต่คุโรซากิทำท่าจะไม่ยอม พยายามจะโอบตัวรั้งเจ้าชายไว้ แต่แล้วร่างเจ้าชายกลับทรุดลง คุโรซากิตกใจ กอดรับตัวเจ้าชายไว้จึงได้รู้ว่าเจ้าชายเป็นไข้ ตัวร้อนมากๆ

.. เจ้าชายฟื้นลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนและมีคุโรซากิคอยเฝ้าดูแลอยู่ คุโรซากิดูอ่อนโยนและห่วงใยชิโอริอย่างมาก มากเสียจนชิโอริเองยังแปลกใจ แล้วก็แอบหวั่นไหวกับความอ่อนโยนใจดีของคุโรซากิไปซะแล้ว คุโรซากิบอกกับชิโอริว่ามีอะไรให้เรียกได้นะ เขาจะนอนเฝ้าอยู่ที่ห้องข้างๆ เขาขออนุญาติรัชทายาทไว้แล้ว แต่ชิโอริก็ถามกลับไปว่า ห้องข้างๆเป็นห้องทำงานนะ ไม่มีเตียงแล้วจะนอนยังไง คุโรซากิตอบกลับว่า สำหรับเขา ขอแค่มีผนังกันลมมีหลังคากันฝนไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เขาก็นอนได้ทั้งนั้นแหล่ะ ชิโอริอึ้งไปเล็กน้อย แล้วบอกกับคุโรซากิว่า มานอนข้างๆเขาก็ได้นะ เตียงออกจะใหญ่แค่นอนข้างๆกันเฉยๆคงไม่เป็นไรหรอก

(และแล้วก็เข้าสู่โมเม้นหวานๆโรเมนติกกับเขาบ้างซะทีค่ะ)

.. นายเอกถูกสั่งให้พัก ให้หยุดว่าราชการงานต่างๆ นางจึงต้องพักผ่อนอยู่แต่ในห้อง พอนางรู้สึกเบื่ออยากจะออกไปเดินเล่นในสวน บรรดาทหารองครักษาต่างๆก็พากันห้าม ขวางนางไม่ให้นางออกไป แต่จังหวะนั้นเองคุโรซากิก็มาพอดี เลยอาสาว่าจะเป็นคนดูแลและพาไปเดินเล่นเอง พวกองครักษ์ถึงได้ยอม

.. คือสรุปความเลยนะคะ คือนายเอกเจ้าชายชิโอริของเรา นางงดงามมาก แถมรูปร่างที่เขาบรรยายไว้คือ ผิวขาวเนียน รูปร่างเล็กบอบบาง เอวคอดคล้ายสตรี ในสายตาของคนทั่วไปนางเปรียบเหมือนเจ้าหญิงราพันเซลที่อยู่บนหอคอยงาช้าง ที่ไม่มีใครกล้าอาจเอื้อม กล้าที่จะเข้าใกล้นาง หรือเตะต้องนางเลย ใครๆที่ได้เห็น แค่ได้มองก็รู้สึกอิ่มเอมใจและมีความสุขแล้ว

.. ไอ้ตอนที่ทหารไม่ให้ออกไปเดินเล่น พี่ก็คิดว่าถูกสั่งกักตัวหรือเปล่าน้า แต่ที่ไหนได้คือทุกคนเป็นห่วงนางกันค่ะ คือนางบอบบางมากจนทุกคนเป็นห่วง เลยไม่อยากให้นางออกไปไหน กลัวนางจะไม่สบายอีก

.. กลับมาเข้าเรื่อง ระหว่างการเดินเล่น นางชอบเดินเล่นที่สวน และเดินเลยไปถึงสวนองุ่นของนาง ซึ่งด้วยความอ่อนโยนใจดีของคุโรซากิ บวกกับที่นางป่วยอยู่ รวมถึงความเหนื่อยล้า และบอบช้ำทางจิตใจ ที่สะสมมานาน นางก็เลยหลุดปากเล่าความในใจ เรื่องที่นางต้องเหนื่อยล้า กับการที่ไม่มีใครเคยเข้าใจนางเลย แถมยังเข้าใจผิดว่านางต้องการแย่งตำแหน่ง รัชทายาทกับน้องชายอีก
คุโรซากิก็พูดปลอบใจนางอย่างอ่อนโยน จนนางรู้สึกว่าอยากรู้จักตัวตนของผู้ชายคนนี้มากขึ้นไปกว่านี้อีก นางก็เลยเอ่ยปากถามออกไป

.. สรุปพระเอกเป็นเด็กกำพร้า ถูกขายใช้หนี้ทำงานที่โรงบ่มไวน์ตั้งแต่ยังเด็ก แล้วก็พยายามครูพักลักจำเก็บเงินใช้หนี้ของพ่อจนหมด แล้วพยายามเก็บเงินเปิดบริษัทผลิตไวน์ขึ้นมาเอง นายเอกอึ้ง ไม่คิดว่าชีวิตพระเอกจะรันทดแสนสาหัสแบบนี้ (นายเอกรักพระเอกเข้าแล้วค่ะ)
.. นายเอกตัดสินใจว่า จะไปปรับความเข้าใจกับรัชทายาท (น้องชายของตน) ไม่อยากอยู่แบบกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกแบบนี้แล้ว ก็เลยไปหารัชทายาทถึงที่ห้องทำงาน แต่แล้วประตูห้องทำงานที่ปิดไม่สนิทนั้นได้มีเสียงเล็ดลอดออกมา เป็นเสียงของคุโรซากิกับรัชทายาทกำลังคุยกัน โดยมีใจความว่า จะส่งเจ้าชายชิโอริให้ไปเป็นเจ้าสาวของมาร์ล (เป็นเจ้าของบริษัทผลิตไวน์ที่ใหญ่และมีอำนาจมากคนหนึ่งในประเทศนี้)

.. ชิโอริตกใจมากกับคำพูดนี้ของรัชทายาท แต่ยิ่งทำให้ชิโอริเสียใจ และเจ็บปวดแบบสุดๆคงจะเป็นบทสนทนาที่รัชทายาทถามคุโรซากิว่า นายมีปัญหาอะไรไหมกับเรื่องนี้ คุโรซากิกลับตอบไปแบบเสียงเรียบและนิ่งเฉยว่า “ฉันไม่มีปัญหา”

.. ชิโอริเจ็บแปล๊บที่หน้าอก ไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้มาก่อนในชีวิต นางเดินกลับมาที่ห้อง แล้วรำพึงกับตัวเองว่า นั่นสินะ คนอย่างเรา จะไปต่อต้านขัดขืนอะไรรัชทายาทได้ ไม่ว่าถูกสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำอยู่แล้ว สักพัก รัชทายาทก็เดินเข้ามาหาชิโอริแล้วบอกกับชิโอริว่า เขาได้ตัดสินใจจะให้ชิโอริแต่งงาน และได้กำหนดคู่ครองไว้ให้ชิโอริแล้ว ชิโอริรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็ยังฝืนพูดตัดบทไปว่า “เข้าใจแล้ว”
รัชทายาท : “จะไม่ถามเหรอว่าเป็นใคร”
ชิโอริ : “ไม่ว่ารัชทายาทจะตัดสินใจอย่างไร เขาก็ไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”
(โอ้ยเจ็บปวดไปกับนางค่ะ เป็นถึงเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ แต่ทำไมชีวิตรันทดขนาดนั้น)

.. ตัดมาที่ห้องทำงานของนายเอก ชิโอริกำลังพยายามนั่งทำใจอยู่ที่โต๊ะทำงานของตน คุโรซากิก็เดินเข้ามาใกล้ พอเห็นหน้าชิโอริก็รู้สึกเป็นห่วงเลยจะเอามือเข้าไปอังวัดไข้ พร้อมกับถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ชิโอริปัดมือคุโรซากิออกอย่างแรง พร้อมกับตะคอกเสียงดังว่า “อย่ามาเตะต้องตัวเรานะ” และต่อไปก็ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยว” “ไม่ต้องมาพบมาเจอกันอีก เราทนมามากพอแล้ว”

.. พระเอกปี๊ดแตกค่ะ จากผู้ชายอ่อนโยนที่แสดงท่าทีห่วงใย ก็เปลี่ยนกลายเป็นผู้ชายก้าวร้าวดุดัน เหมือนที่ชิโอริเจอกระทำครั้งแรกเลยทันที ชิโอริตกใจที่คุโรซากิกลับไปเป็นคนใจร้ายคนเดิมอีกครั้ง คุโรซากิขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานของชิโอริ พร้อมกับจับตัวชิโอริยกขึ้นมานั่งบนตัก พร้อมกับตะคอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า กล้าไล่เขา กล้าปฏิเสธเขางั้นเหรอ ลืมไปแล้วหรือไงว่า ร่างกายบอบบางนี้ ไม่สามารถขาดผู้ชายอย่างเขาได้ พร้อมกับสอดแก่นกายอันใหญ่บึ้มเข้าที่บั้นท้ายของชิโอริรวดเดียว
.. ชิโอริร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ร้องขอให้คุโรซากิยกโทษให้ คุโรซากิถามชิโอริว่ายังจะกล้าปฏิเสธเขาอีกไหม ชิโอริตอบกลับทั้งน้ำตาว่า “ไม่แล้ว ไม่กล้าแล้ว ปล่อยเราไปเถอะ เราขอร้อง” ทุกครั้งที่ชิโอริจะเอ่ยปากพูด ก็จะถูกคุโรซากิใช้ปากจูบเพื่อสะกดไม่ให้ชิโอริได้หลุดปากพูดอะไรออกมา คุโรซากิทั้งจูบทั้งซอยไม่ยั้ง

.. ชิโอริทั้งเจ็บปวดที่ร่างกาย และที่มากเกินกว่านั้น คือหัวใจ ที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทั้งๆที่คุโรซากิไม่แคร์ที่น้องชายเขาจะยกเขาให้แต่งงานกับคนอื่น แต่ก็ยังจะมาทำแบบนี้กับเขาอีก นางไม่อยากจะรักไม่อยากจะผูกพันธ์ไปมากกว่านี้ เหมือนกำแพงในใจได้พังทลายลง ชิโอริปล่อยโฮออกมาอย่างไม่เหลือมาดเหลือศักดิ์ศรีอะไรอีก พระเอกตกใจจึงหยุดการเคลื่อนไหวนั้นลง แล้วพยายามจูบซับน้ำตาให้กับชิโอริอย่างอ่อนโยน

.. ยิ่งคุโรซากิอ่อนโยนกับชิโอริมากเท่าไร ชิโอรินางยิ่งสังเวทตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นางจึงยิ่งร้องไห้ แล้วเอาหัวซุกไปที่ไหลของคุโรซากิเพื่อหลบไม่ให้คุโรซากิเห็นหน้าของนาง แต่แล้วสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นว่าที่ประตูที่ปิดไม่สนิทนั้น ไคริ(พระชายาของรัชทยาท)ยืนดูอยู่ ไคริยืนอึ้งตกใจ ชิโอริรีบเช็ดน้ำตา แล้วใช้มือ2ข้างจับแก้มของคุโรซากิเข้ามาจูบด้วยตัวเอง แล้วก็พูดออกไปว่า “เอาอีกสิ แรงกว่านี้อีก” ไคริตกใจรีบปิดประตูแล้วเดินหนีไปทันที

.. คุโรซากิพอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงพูดออกไปว่า “แทนที่จะร้องขอความช่วยเหลือ พระองค์กับเลือกที่จะรักษาความหยิ่งทะนงตนไว้อย่างงั้นเหรอ” ชิโอริก็ตอบกลับไปว่า “นายนี่พลาดใหญ่หลวงเลยนะ ที่เลือกคู่ขาเป็นเราคนนี้” พระเอกโมโหก็เลยเริ่มกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง ชิโอริเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส โดยคิดในใจว่า ทางเดียวที่จะทำให้เหตุการณ์นี้จบลง นางคงต้องเป็นฝ่ายหมดสติไปเสียเอง ไม่นานนักชิโอริก็หมดสติลงไปจริงๆ คุโรซากิ มองชิโอริที่หมดสติด้วยสายตาที่เจ็บปวดไม่ต่างกัน

.. นายเอกต้องไปพักที่คฤหาสน์มาร์ล ตามคำสั่งของรัชทายาท เพื่อทำความคุ้นเคยก่อนแต่งงาน นายเอกถูกพาทัวไร่องุ่นกับโรงบ่มไวน์ของมาร์ลอย่างไม่เต็มใจ จนถึงในส่วนบรรจุขวดกกลับถูกห้ามไม่ให้เข้าไป ชิโอริรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่สามารถดึงดันเข้าไปข้างในได้ จึงยอมกลับห้องพักแต่โดยดี

.. แต่ความสงสัยก็ยังไม่หมดไป จึงตัดสินใจแอบออกมาจากห้อง แล้วย่องเข้าไปดูข้างใน ก็พบว่ามีฉลากปลอมที่รับรองว่า เป็นไวน์คุณภาพชั้นเลิศของตนอยู่เต็มไปหมด ชิโอริก็รู้แล้วว่ามาร์ลนี่เองที่เป็นคนปลอมแปลงไวน์

.. แต่แล้ว ชิโอริก็ถูกมาร์ลพบเข้า ชิโอริพยายามจะหนี แต่ก็ถูกมาร์ลจับเอาไว้ได้ มาร์ลพยายามที่จะขืนใจชิโอริ เขาได้ฉีกเสื้อผ้าของชิโอริออกและขึ้นคร่อม ชิโอริตกใจ พยายามดิ้นรน ในใจก็ร้องเรียกหา อยากให้คุโรซากิมาช่วยตนเอง ชิโอริตัดสินใจตะกายเพื่อจะคว้าขวดไวน์ เขาคิดว่าจะยอมใช้ขวดปาดคอฆ่าตัวตายซะยังดีกว่าที่ต้องตกเป็นของคนชั่วๆอย่างมาร์ล

.. แต่แล้วก็มีเสียงถีบประตูดังขึ้น จากนั้นก็มีใครก็ไม่รู้เข้ามากระชากร่างของมาร์ลที่ค่อมชิโอริออกไป ชิโอริไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ห้ามใจไว้ไม่ให้หลุดตะโกนเรียกชื่อเขาคนนั้นออกไป “ชิโอริ” กลับเป็นคุโรซากิเองที่เป็นคนร้องเรียกชิโอริด้วยความเป็นห่วง ปัง!ปัง! เสียงปืนดังขึ้น ที่แขนของคุโรซากิมีเลือดออก ชิโอริตกใจมาก

.. คนที่ยิงคือลูกน้องของมาร์ลนั่นเอง แต่คุโรซากิไม่ได้กลัวตายแม้แต่น้อย เขาวิ่งเข้าไปเตะปืนที่อยู่ในมือลูกน้องมาร์ล แล้วแย่งมาถือเอง คุโรซากิหันกระบอกปืนใส่มาร์ล แล้วพูดออกไปว่า “มาดูกันสิว่า ลูกปืนของฉันที่จะยิงหัวนาย กับลูกปืนของลูกน้องนาย ที่จะยิงใส่ฉันใครจะเร็วและแม่นกว่ากัน” ลูกน้องมาร์ลไม่กล้าขยับ

.. แต่แล้วก็มีเสียงดังมาจากทางประตู เป็นเสียงของรัชทยาท บอกให้มาร์ลและลูกน้องหยุดการกระทำทั้งหมด ทหารองครักษ์กรูกันเข้ามาจับกุมตัวคนของมาร์ล

.. คุโรซากิเข้ามาประคองชิโอริ ชิโอริพยายามดันตัวเองลุก แต่ก็เจ็บแปล๊บที่หลังจนต้องหลุดปากร้องออกมา พระเอกเห็นชิโอริเจ็บก็โมโหลุกขึ้นเดินตรงไปต่อยมาร์ลเข้าเต็มแรง

.. พระเอกพยายามจะช่วยพยุงชิโอริ ทั้งที่ชิโอริยังคงงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ แต่ก็ยังพยายามฝืนแข็งใจพูดจาเรียบ เย็นชา แบบถือตัว ออกไปว่า “เราไม่เป็นไร ก็อย่างที่เห็นมาร์ลปลอมแปลฉลากผลิตไวน์ พยายามทำร้ายเรา แต่เราไม่เป็นไร” ชิโอริพูดโดยไม่แม้แต่จะสบตาคุโรซากิเลย

.. แต่แล้วชิโอริก็สังเกตุเห็นว่า ที่แขนของคุโรซากิ มีเลือดไหลหยดเป็นทาง ก็ตกใจมองหน้าคุโรซากิ ชิโอริก็พบว่า หน้าคุโรซากินั้นซีดมาก มีเหงือซึมเป็นเม็ดๆ หายใจก็หอบ แล้วจู่ๆ พระเอกก็ทรุดลงที่ตักนายเอก

.. ชิโอริตกใจ ไม่นะ เขาจะต้องไม่เป็นไร “คุโรซากิซัง คุโรซากิซัง” ชิโอริน้ำตาไหลพรากๆ “คุโรซากิซังต้องไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราจะพาท่านไปโรงพยาบาล” คุโรซากิลืมตาขึ้น หายใจหอบแผ่ว พูดออกมาคล้ายจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย “ชิโอริสัญญากับฉันได้ไหมว่าจะเป็นของฉันคนเดียวตลอดไป และจะไม่พูดว่า จะไม่พบกันอีกแล้ว แบบนั้นอีก”

.. ชิโอริร้องไห้ “เราสัญญาว่าจะเป็นของท่าน จะไม่พูดว่า จะไม่พบกันอีก คุโรซากิอย่าเป็นอะไรนะ” ชิโอริร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ พร้อมกับบอกกับตัวเองในใจว่า ต่อให้คุโรซากิจะหลอกเขา จะทำร้ายจิตใจเขาสักแค่ไหน หรือแม้แต่จะไปรักคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ก็ยังดีเสียกว่าที่ต้องอยู่บนโลกนี้โดยที่ไม่มีคุโรซากิอีกเลย

.. คุโรซากิบอกกับชิโอริว่า ถ้าชิโอริยอมจูบเขา อย่างน้อยเขาคงจะมีแรงพอที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ชิโอริก้มลงกำลังจะจูบ แต่แล้วมือของคุโรซากิก็เข้ามาโอบศีรษะชิโอริไว้ แล้วกดลง(ก็ว่ากันง่ายๆคุโรซากิจับหัวชิโอริกดลงจูบล่ะนะ แล้วคุโรซากิจูบแบบดูดดื่มแถมแลกลิ้นซะด้วย) ชิโอริแทบจะหายใจไม่ทัน แต่ก็ยังร้องไห้เป็นห่วงคุโรซากิอยู่ “คุโรซากิอย่าเป็นไรนะ เราจะพาท่านไปโรงพยาบาล” คุโรซากิหายใจหอบ เหมือนจะสิ้นใจ ชิโอริก้มลงจูบ อีกครั้งทั้งน้ำตา

“หมูเขาจะหาม ก็ไม่ได้อยากจะเอาคานเข้ามาสอดหรอกนะ แต่พวกทหารองค์รักษ์มันพากันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะวางตาไปมองทางไหนแล้ว ถ้านายยังไม่หยุดแกล้งท่านพี่อีก เราก็คงจะวางตัวลำบากเช่นกัน” เสียงรัชทายาทดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ชิโอริชะงักหันไปมอง

“เลือดนายก็หยุดไหลแล้ว พอเถอะเลิกแกล้งท่านพี่ได้แล้ว เรารู้แล้วว่าทั้ง2คนรักกันมาก”

คุโรซากิพยายามดันตัวลุกขึ้น กลับมาหายใจแบบปกติ แล้วก็สวมกอดชิโอริเอาไว้แน่น ส่วนชิโอริยังคงงงว่าเกิดอะไรขึ้น

คุโรซากิ : “พระองค์ก็อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้ก็แล้วกันนะ ว่าถ้าหม่อมฉันยอมให้ชิโอริมาเสี่ยงอันตรายแบบนี้ แล้วจะยกชิโอริให้หม่อมฉัน”

รัชทายาท : “นี่เราก็วางแผนเตรียมการไว้เป็นอย่างดีแล้วก็จริง แต่ข้างนอกยังไม่พร้อมเลย ใครใช้ให้ท่านบุ่มบ่ามบุกเข้ามาหาเรื่องเจ็บตัวคนเดียวแบบนี้กันล่ะ”

ชิโอริจ้องหน้าคนทั้งคู่ ด้วยความสงสัย  “ยกให้? แต่งงาน? อะไรกัน? ไม่ใช่ว่า คู่ครองของเราคือมาร์ลไม่ใช่เหรอ?”

รัชทายาท : “ใครบอกกันล่ะ คู่ครองของท่านพี่ ก็คือคุโรซากิต่างหาก ก็ท่านพี่เล่นไม่ถามเองนี่ว่าเป็นใคร ส่วนมาร์ลเป็นแค่แผนการณ์ เพื่อให้เราสามารถแทรกซึมเข้ามาได้ พักหลังมาร์ลระวังตัวขึ้นมาก ไม่ยอมให้ใครเข้ามาในบริเวณบ้านได้เลย เราจึงจำเป็นต้องออกอุบายว่า จะยอมยกท่านพี่ให้ แล้วท่านพี่อยากลองไปทำความคุ้นเลยก่อนแต่งงาน มาร์ลถึงยอมหลงกลปล่อยให้คนของเราเข้ามาได้ง่ายๆ”

.. ชิโอรินางยังสับสน มึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ นางพยายามคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีคุโรซากิที่ยังคงกอดชิโอริไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือเลย

.. รัชทายาท: “เรายกท่านพี่คนสำคัญของเราให้ท่านไปแล้ว เราหวังว่าท่านจะรักและดูแลท่านพี่ของเราเป็นอย่างดี อย่าแกล้งท่านพี่ของเราให้มากนัก อีกอย่างห้องทำงานของท่านพี่ กับห้องทำงานของเราก็อยู่ติดกันด้วยนะ” นายเอกหน้าแดงปี๊ดเลยค่ะ

.. สรุป.. ชิโอรินางก็ดีใจมากที่น้องชายนาง ยอมรับนางและยังพูดอีกว่า ท่านพี่เป็นคนสำคัญของเรา ส่วนพระเอกก็ยังเป็นห่วงนางมาก ถึงขนาดไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ทั้งที่กำลังพลยังมาไม่ถึง แต่ก็ยังบุกเดี่ยวเข้ามาช่วยนาง นางก็ดีใจปลื้มใจ แถมรัชทายาทยังบอกอีกกว่า คู่ครองที่นางจะต้องแต่งงานด้วย คือคุโรซากิ คนที่นางรักนั่นเอง ^__^

**แต่งงานกันจ้า

 

.. ทั้งๆที่จริงแผลถูกยิงของคุโรซากิหนักเอาเรื่อง จึงไม่น่าจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่คุโรซากิกับไม่ยอมหยุดพัก อยากจะรีบแต่งงานกับชิโอริให้เร็วที่สุด เขาบอกว่ากลัวนายเอกจะเปลี่ยนใจ เลยต้องรีบทำให้นายเอกเป็นของเขาอย่างถูกต้องตามกฏหมายให้เร็วที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเร็วมากเกินกว่านี้ไม่ได้ เพราะต้องจัดเตรียมคฤหาสน์หลังใหญ่ กับขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ของ

.. ชิโอริสงสัยว่า คุโรซากินั้นประทับใจหลงรักเขาตอนไหน ตรงไหนกัน ก็ในเมื่อเจอกันครั้งแรก ชิโอริก็ด่าประจานคุโรซากิในงานเลี้ยงซะแล้ว คือมันไม่น่าจะมารักกันได้เลยจริงๆ ก็เลยถามพระเอก

.. พระเอกเลยเล่าว่า นั่นไม่ใช่ครั้งแรก (ก็อย่างที่พี่เคยเล่าไปแล้วว่าชีวิตพระเอก็รันทด กว่าจะรวยได้) พอพระเอกเปิดบริษัทผลิตไวน์ได้ ก็รู้มาว่าประเทศของชิโอริเป็นประเทศแห่งไวน์ เลยกะมาตายดาบหน้า ยอมเอาเงินเก็บทั้งหมดซื้อตั๋วเครื่องบินมาที่ประเทศนี้ หวังว่าถ้าได้ตกลงทำสัญญาค้าขายไวน์ให้ราชวงค์หรือบริษัทนำเข้ารายใหญ่สักทีได้ ก็คงจะดี

.. แต่พยายามเท่าไรก็ไม่สำเร็จ จนเงินก้อนสุดท้ายใกล้จะหมดลง ก็ได้ยินมาว่า มีการจัดงานมอบรางวัลไวน์ชั้นเลิศขึ้น ก็เลยกะจะมาดักที่หน้างาน กะว่าจะได้เจอคนใหญ่คนโต จะได้ลองพยายามอ้อนวอนดู แต่แล้วด้วยสภาพการแต่งตัวของพระเอกที่โทรมและมอซอ เลยถูกพวกทหารมองว่าเป็นพวกน่าสงสัย ถูกจับโยนออกมา

.. แต่ระหว่างที่ยื้อยุดกับทหารยามอยู่นั้น ก็มีรถพระที่นั่งขับเข้ามาจอด แล้วเจ้าชายชิโอริก็มาจากรถ แล้วสั่งให้ทหารหยุดทำร้ายพระเอก แล้วเข้ามาประคองพระเอกไว้ ถามด้วยความห่วงใยว่าเป็นใคร แล้วมาทำอะไร พระเอกก็บอกเหตุนายเอกไป นายเอกก็พูดกับพระเอกว่า “เราต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้ เพราะที่นี่ก็มีกฏของที่นี่เหมือนกัน อยากให้ท่านพยายาม อย่ายอมแพ้ แล้วเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะได้พบท่านที่งานนี้อีกในอนาคตนะ” มันเป็นคำพูดที่ทำให้คนท้อแท้สิ้นหวังอย่างพระเอก ได้มีกำลังใจ และพยายามที่จะให้ไวน์ตัวเองเป็นที่ยอมรับ และเพื่อให้ได้เข้าไปร่วมงานและจะได้เจอกับนายเอกอีกสักครั้งให้ได้

.. พอพระเอกทำสำเร็จ ได้รับเชิญไปร่วมงาน แต่ด้วยความหล่อ พระเอกก็เลยถูกบรรดาสาวในงานรุมทึ้งจนผมเพ้ากระเซิง เนคไทหลุดลุ่ย สภาพเป็นแบบที่นายเอกเห็นครั้งแรก เลยเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกแต่งตัวไม่ให้เกียรติสถานที่ และอีกอย่างก็คือ นายเอกนางเหนื่อยหน่ายเลยซบอกท่านอา ท่านอาเลยกอดปลอบใจ พระเอกดันไปเห็นเข้าก็เลยหึง แถมโดนนายเอกด่า ก็เลยคิดว่า ไหนๆก็โดนเกลียดแล้ว ชาตินี้คงไม่มีทางสมหวัง ก็ขอจูบสักทีก็แล้วกัน ก็เป็นที่มาของการจู่โจมจูบนายเอกครั้งแรก แล้วบังเอิญที่นางเอกทำผิดพลาดต้องไปขอร้องพระเอกอีก พระเอกเลยถือคติว่า เมื่อโอกาสมาถึง ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม จะต้องครอบครองนายเอกให้ได้ค่ะ

.. มาดูชีวิตหลังแต่งงานกันค่ะ คือพระเอกรักนายเอกมาก ทุ่มเงินสร้างคฤหาสน์ใหญ่อลังกาล คือกว้างขวางกว่าตำหนักเดิมของนายเอกอีก แถมข้ารับใช้ก็เยอะมากมาย ไม่ว่าจะไปไหนจะทำอะไร ก็จะโทรมารายงานนายเอกตลอด แล้วยังหลอกนายเอกว่าคู่แต่งงานน่ะ เขาต้องแก้ผ้ารอสามีกลับบ้านรู้ไหม แล้วนายเอกนางก็ซื่อ ไม่มีใครให้ถามให้ปรึกษาไง

.. พอพระเอกกลับมาบ้าน ก็ไม่เห็นนายเอกออกมาต้อนรับ พระเอกก็ตกใจสิ รีบเข้าไปหาในห้อง ก็ไม่เห็น กำลังจะตะโกนเรียกคนรับใช้ ตาก็ดันไปสะดุดกับก้อนกลมๆที่ม้วนตัวเองกับผ้าม่าน เลยเข้าไปพยายามเปิดดู นายเอกก็พยายามดึงไว้ ไม่ให้พระเอกดึงม่านออกจากตัว พระเอกก็ถามว่าทำไมต้องมาซุกตัวกับผ้าม่านแบบนี้ด้วย

.. นายเอกก็หน้าแดง ตอบกลับไปว่า ก็เราพยายามแล้ว แต่เราอายทำไม่ได้จริงๆ คนที่แต่งงานแล้ว ต้องแก้ผ้ารอสามีกลับมาจริงๆเหรอ คือมันเป็นโมเม้นที่น่ารักมาก นายเอกนางใสซื่อมาก ไหนจะเรื่องทำออรัลเซ็กส์ให้สามีอีก พระเอกก็หลอกว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ 555+ อ่านไปขำไป เขินไปแทนค่ะ สงสารนายเอกนางใสซื่อเกิ๊น เลยถูกพระเอกแกล้งเลย

.. แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ไคริ(พระชายา นายเอกจากภาค1) เดินทางมาเยี่ยม (คือพระเอกหวงนายเอกมาก เลยไม่ยอมให้ไปไหนเลย แม้แต่กลับวังก็ไม่อยากให้กลับ) ไคริบอกว่ารัชทายามก็ทรงเป็นห่วง บอกจะมาเยี่ยมแต่คุโรซากิไม่ยอมให้มา บอกว่าถ้าจะมาเยี่ยมอนุญาติแค่เราคนเดียว เราถึงได้มาคนเดียว(เอากับพระเอกสิ แม้แต่น้องชายนายเอกก็ยังหึงเลย)

.. ด้วยความที่นายเอกอัดอั้น ไม่มีคนที่สามารถปรึกษาพูดคุยได้ เลยกลั้นใจถามไคริออกไปว่า คู่แต่งงานต้องแก้ผ้ารอสามีกลับมาจริงๆเหรอ แล้วต้องใช้ปากทำให้กันด้วยเหรอ ถามไปก็หน้าแดงไป ไคริพอได้ฟังก็หน้าแดง บอกไปว่า ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมก็ไม่เคยต้องทำแบบนั้นเลยนะ 555+ ใสซื่อกันทั้ง2นางเลย

.. พอพระเอกลับมาบ้าน นายเอกก็กะจะต่อว่าพระเอก แต่พระเอกก็บอกนายเอกว่า คู่นั้นเขายังเด็กอยู่ จะไปรู้เรื่องรู้ราวอะไร เดี๋ยวพออายุมากกว่านี้หน่อย ก็จะต้องทำแบบนี้เหมือนกันแห

.. ตัดมาที่ในวัง รัชทายาทถามไคริว่า ท่านพี่เป็นไงบ้าง ไคริก็เล่าเรื่องที่ชิโอริถามตนให้รัชทายาทฟัง รัชทายาทรำพึงว่า คุโรซากิแกล้งท่านพี่อีกแล้วสินะ แล้วรัชทายาทก็บอกกับไคริว่า งั้นเราลองมาทำแบบนั้นกันบ้างดีกว่านะ ไคริก็หน้าแดง แล้วคิดในใจว่า ไม่น่าขุดหลุมฝังตัวเองเลยจริงๆ //จบ.

 

 

.. จบแล้วค่า พิมพ์จนมือหงิกเลย แต่ก็เพลินดี พี่เพิ่งอ่านรอบเดียว แล้วพิมพ์จากที่จำได้นะคะ ไม่ได้ก๊อปข้อความจากหนังสือเลย อาจมีคลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไปบ้าง (ตอนนี้หนังสือถูกพี่สาวยึดไปอ่านอยู่ค่ะ)

.. เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินเหลือเปย์วายได้ตลอด ดังนั้นเลยพยายามพิมพ์เล่าเรื่องให้จนจบ แต่ไม่สามารถพิมพ์ได้ละเอียดครบทุกเม็ดนะ ใครอยากเก็บรายละเอียดดีๆ ก็ซื้อสามารถซื้ออ่านเองได้ค่ะ

.. เรื่องนี้เด็ดสุดก็คงเป็นการบรรยายฉากเซ็กส์ค่ะ เด็ดดวงมาก อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ เล่นเอาเลือดกระฉูดกันเลยทีเดียว แล้วเขาก็บรรยายไว้หลายหน้าเลยด้วย เล่าทุกกระบวนการการบิ้วอารมณ์ การสอดใส่ แม้แต่รอยฝ่ามือพระเอกที่สะโพกของนางเอกก็ยังบรรยายเลยค่ะ ทำให้เรานึกภาพออกเลยว่า พระเอกกระแทรกกระทั้นนายเอกแรงแค่ไหน อยากให้ได้อ่านฉบับเต็มกันดู เป็นนิยายอีกเล่มที่แนะนำว่า ถ้ามีตังค์เหลือ ก็น่าซื้อเก็บค่ะ ดราม่าครบรสจริงๆ

.. ถึงช่วงแรกๆกับกลางเรื่อง จะปวดตับสะเทือนไต แต่ผู้แต่งก็จบเรื่องได้น่ารักกุ๊กกิ๊กมากเลยนะคะ อ่านจบแล้วยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆค่ะ ทั้งๆที่ตอนแรกแทบจะเสียนำตาเพราะสงสารนายเอกสุดหัวใจเลยแท้ๆ แต่พอตอนจบก็ยังไม่วายต้องสงสารนายเอกอยู่ดีค่ะ ก็นางเล่นใสซื่อไม่ทันเกมส์คนลามกอย่างพระเอกเลยนี่นา สุดท้ายเลยถูกพระเอกหลอกให้ทำอะไรๆลามกๆน่าอายเพื่อสนองตันหาพระเอกอยู่ดี ^__^

Views All Time
Views All Time
272
Views Today
Views Today
1
Facebook Comments